Showing posts with label เทคนิควอลเลย์บอล. Show all posts
Showing posts with label เทคนิควอลเลย์บอล. Show all posts

Tuesday, November 6, 2012

เกมรับกลยุทธ์การป้องกันในกีฬาวอลเลย์บอล

 

การ ป้องกันหรือการเล่นเกมรับในกีฬาวอลเลย์บอลนั้นประกอบไปด้วย การสกัดกั้นและการตั้งรับ เป็นยุทธวิธีที่สำคัญอย่างหนึ่งในการแข่งขัน ทีมที่มีเกมรับที่ดีมีโอกาสประสบความสำเร็จในการแข่งขันสูง ในการแข่งขันประเภททีมหญิงเรามักพบว่าทีมที่มีเกมรับดีเหนียวแน่น มักจะได้รับชัยชนะส่วนประเภททีมชายที่มีการรุกการตบบอลที่รุนแรง การสกัดกั้นจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทีมที่จะประสบความสำเร็จ อย่างไรก็ตามเกมรับที่ดีต้องประกอบด้วยการสกัดกั้นและการตั้งรับควบคู่กัน
เกม รับเป็นการทำงานประสานกันระหว่างการสกัดกั้นและการตั้งรับ เกมรับจะประสบคามสำเร็จได้นั้นเป็นผลมาจากการฝึกซ้อมอย่างดี โดยต้องมีการเก็บข้อมูล (Scouting) วิเคราะห์ ข้อมูลทั้งในส่วนของทีมและคู่ต่อสู้อย่างเป็นระบบเช่นข้อมูลการวางตำแหน่ง ผู้เล่น 6 คนแรก จุดแข็ง จุดอ่อน รูปแบบการเล่นของคู่แข่ง ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะช่วยเราในการพัฒนาเกมรับ (จำเป็นมากในการแข่งขันของทีมระดับสูง)
เป้าหมายของการป้องกัน
1. รักษาเกมเสริฟของทีม
2. ยับยั้งการรุกของคู่ต่อสู้ไม่ให้ประสบความสำเร็จ
3. สามารถเปลี่ยนจากการตั้งรับเป็นการรุกโต้กลับ
การเก็บข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อพัฒนาเกมรับ
การเก็บข้อมูลวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อพัฒนาเกมรับของทีมควรจะทำทั้ง 2 ฝ่ายคือทีมเราเองและฝ่ายคู่ต่อสู้
วิเคราะห์ข้อมูลของทีม
ข้อมูลด้านต่างๆ ของทีมเราเองที่ผู้ฝึกสอนควรนำมาพิจารณาคือ
1. เทคนิค กลยุทธ์ ทักษะและความสามารถในการสกัดกั้นและการรับของนักกีฬาในทีม
2. ตำแหน่งผู้เล่น 6 คนแรกของทีม และตำแหน่งในแต่ละรอบ ทั้ง 6 ตำแหน่ง
3. ระบบการรุกของทีมเพื่อใช้ฝึกซ้อมการสกัดกั้นและการตั้งรับ (แม้ว่ารูปแบบการรุกบางอย่างทีมของเราไม่ได้ใช้ แต่จำเป็นต้องฝึกซ้อม เพราะคู่แข่งอาจจะมีรูปแบบการรุกไม่เหมือนทีมเราเอง)
4. ทักษะการเล่นของผู้เล่นสกัดกั้นตัวกลาง (ผู้เล่นตำแหน่งนี้มีส่วนสำคัญในการสกัดกั้น) ผู้เล่นตัวรับอิสระ (มีส่วนสำคัญในการรับ)
วิเคราะห์ข้อมูลคู่แข่ง
การเก็บข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลของคู่แข่งมีจุดต่าง ๆ ที่ต้องพิจารณาดังนี้
1. จุดแข็งจุดอ่อนในการรับลูกเสริฟแต่ละตำแหน่ง ผู้เล่นตัวรับอิสระ รวมทั้งความสามารถในการเปลี่ยนเกมรับเป็นเกมรุก
2. การเซต โดยวิเคราะห์ในส่วนต่างๆ คือ
2.1 ผู้เล่นตัวเซตมีการเล่นจังหวะ 2 หรือไม่ ถ้ามีมักจะเล่นในสถานการณ์ใด
2.2 การเปลี่ยนตำแหน่งของตัวเซตเป็นอย่างไร
2.3 ลักษณะการเซตเพื่อให้ผู้เล่นตบบอลเร็วตบเป็นอย่างไร
เช่น กระโดดเซต ยืนเซต หรือจะเซตให้บอลเร็วเมื่อบอลแรกเข้าจุด
2.4 เมื่อสถานการณ์เกมสำคัญ ตัวเซตจะเซตบอลไปให้ใครตบ
เมื่อสถานการณ์เกมกดดัน หรือเข้าสู่ช่วงสำคัญโดยส่วนใหญ่ตัวเซตมักจะมีเป้าหมายประจำตัวอยู่แล้ว
2.5 เมื่อการรับลูกเสริฟเข้าจุด ตัวเซตมักเซตบอลลักษณะใด ในสถานการณ์ปกติ
ลักษณะเฉพาะของแต่ละทีมจะต่างกัน เช่น บางทีมเมื่อรับลูกเสริฟเข้าจุดมักจะรุกด้วยบอลเร็วเสมอ
2.6 เมื่อสถานการณ์สำคัญๆ ตัวเซตมีการเซตให้ผู้เล่นบอลเร็วตบหรือไม่
การรุกด้วยบอลเร็วมีโอกาสผิดพลาดง่ายหากความสัมพันธ์ระหว่างตัวเซตและตัวตบไม่ดี   
2.7 ตัวเซตเซตบอลให้ตัวตบที่เพิ่งจะตบเสียหรือไม่ในลูกต่อไป
2.8 คู่แข่งมีการรุกแบบผสม
(Combination Attack) หรือไม่ อย่างไร
การรุกแบบผสมนั้นตัวเซตจะเล่นในสถานการณ์ใด เช่น สถานการณ์สำคัญ สถานการณ์ที่ไม่กดดัน
2.9 ความแตกต่างของการเซต
เช่น กระโดดเซตหรือยืนเซตจะเซตๆ ให้ใคร ลักษณะท่าท่าทางการเซตจะเซตลูกใด
3. ประสิทธิภาพและความถี่และทิศทางการรุกของผู้เล่นตัวรุก
ต้องพิจารณาทั้ง 6 ตำแหน่ง โดยศึกษาข้อมูลต่างๆ เหล่านี้คือ
3.1 ในแต่ละรอบผู้เล่นตัวตบหลักคือใคร (ตัวเซต ๆ บอลให้ใครมากที่สุด)
3.2 ในแต่ละรอบมีการรุกแบบผสมหรือไม่ อย่างไร
3.3 การยืนรับลูกเสริฟมีการใช้การยืนหลอกหรือไม่
3.4 มีผู้เล่นที่รุกแบบผสมผสานกี่คน
3.5 รูปแบบการรุกแบบผสมผสานมีความแตกต่างกันหรือไม่เมื่อตัวเซตอยู่แดนหน้าและแดหลัง
4. วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างผู้เล่นตบบอลเร็วกับผู้เล่นตัวเซต
การ วิเคราะห์ศึกษาดูความสัมพันธ์ในการเล่น ตัวเซตสามารถเซตให้ผู้เล่นบอลเร็วตบได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่อย่างไร เพื่อได้ข้อมูลซึ่งจะช่วยให้ผู้เล่นในแนวสกัดกั้นทำงานได้ง่ายขึ้น โดยศึกษาในส่วนต่างๆ เหล่านี้
4.1 การรุกด้วยบอลเร็วเป็นการใช้เพื่อการหลอกหรือการรุกจริง
4.2 จังหวะการเซตให้ผู้เล่นบอลเร็วตบมีความแตกต่างกันอย่างไร
4.3 ทิศทางหลักๆ ในการตบของผู้เล่นตบบอลเร็ว
4.4 ผู้เล่นบอลเร็วใช้การหยอดหรือไม่
4.5 เมื่อลูกบอลไม่เข้าจุด ตัวเซตมีการเซตให้บอลเร็วตบหรือไม่
5. ศึกษาลักษณะการรุกของผู้เล่นตัวตบบอลหลัก
ผู้เล่นตบบอลหลักเป็นผู้เล่นที่มีปริมาณการตบบอลมากที่สุด เราควรศึกษาการเล่นของตัวตบบอลหลักในรายละเอียดดังต่อไปนี้
5.1 ความสามารถในการตบเมื่อต้องเป็นส่วนหนึ่งในการรับลูกเสริฟ (ถอยไปรับลูกเสริฟ)
5.2 เมื่อต้องเป็นส่วนหนึ่งในการรับลูกเสริฟ สามารถเล่นการรุกแบบผสมได้หรือไม่
5.3 เมื่อต้องเป็นส่วนหนึ่งในการรับลูกเสริฟ ความสามารถในการตบเมื่อมีการสกัดกั้น 2 คนเป็นอย่างไร

5.4 ทิศทางการตบบอลของผู้เล่นตบบอลหลัก
5.5 ลักษณะของบอลที่ตบ ตบลงใกล้เส้นรุกหรือท้ายสนาม
5.6 ลักษณะการเคลื่อนที่เข้าตบ แบบตรงๆ หรือหลอกเปลี่ยนทิศทาง
5.7 ลักษณะการใช้แขนการใช้ข้อมือ
5.8 ลักษณะบอลที่ชอบ เช่น สูง ต่ำ พุ่ง หรือช้า
5.9 สามารถตบบอลเหนือการสกัดกั้นได้หรือไม่
ข้อมูล ต่างๆ ดังที่ได้กล่าวมานี้ มีผลต่อการพัฒนาเกมรับของทีม ตัวอย่างเช่นข้อมูลความสัมพันธ์ระหว่างตัวเซตกับผู้เล่นตบบอลเร็วของคู่ ต่อสู้ มีผลต่อการสกัดกั้นของผู้เล่นตำแหน่งกลางหน้า และการตั้งรับของผู้เล่นแดนหลังในตำแหน่ง 1 และตำแหน่ง 5 เป็นต้น
ข้อมูลบางส่วนจาก : Handbook for Competitive Volleyball

กลยุทธ์ของผู้เล่นตัวรุกในกีฬาวอลเลย์บอล

หลังจากวอลเลย์บอลไทยแลนด์ลีกจบเลกแรกลงทำให้ผมพอจะหาเวลาว่างได้บ้าง เลยลุยนำเสนอเทคนิคการเล่นวอลเลย์บอลให้ได้ศึกษากัน โดยหลังจากเขียนเรื่องกลยุทธ์ของตัวเซตในตอนที่แล้ว ในตอนนี้จะนำเรื่องกลยุทธ์ของตัวรุกในตำแหน่งต่างๆ ซึ่งอาจจะต้องแบ่งเป็นตอน ๆ ต่อเนื่องกันไป
ในการเล่นกีฬาวอลเลย์บอล ตำแหน่งผู้เล่นตัวรุกหรือ "ตัวตบ" มักจะเป็นตำแหน่งที่ผู้เริ่มเล่นวอลเลย์บอลโดยส่วนใหญ่อยากจะเล่นมากที่สุด และในตำแหน่งตัวรุกยังสามารถแยกประเภทออกเป็นการรุกลักษณะต่างๆ ได้อีก เช่น ผู้เล่นตัวตบหัวเสา ผู้เล่นตบบอลเร็ว ผู้เล่นตบบอลบี (Co-setter)
จาก การเก็บข้อมูลวิเคราะห์การแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงในระดับสูง ในเรื่องการกระโดดของนักกีฬาวอลเลย์บอลหญิงตำแหน่งต่างๆ ซึ่งได้ผลดังนี้
- ช่วงระยะเวลาในการกระโดดแต่ละครั้ง
ผู้เล่นตบหัวเสา จะต้องกระโดดเฉลี่ยประมาณ 38.6 วินาทีต่อครั้ง
ผู้เล่นตบบอลเร็ว กระโดดเฉลี่ยประมาณ  24.6 วินาทีต่อครั้ง
ผู้เล่นตัวเซต กระโดดเฉลี่ยประมาณ 56 วินาทีต่อครั้ง
- จำนวนครั้งที่กระโดดต่อระยะเวลา 1 ชั่วโมง
ผู้เล่นตบหัวเสา กระโดดประมาณ 49.4 ครั้งต่อชั่วโมง
ผู้เล่นตบบอลเร็ว กระโดดประมาณ 76.7 ครั้งต่อชั่วโมง
ผู้เล่นตัวเซต กระโดดเฉลี่ยประมาณ 52.5 ครั้งต่อชั่วโมง
ส่วนในประเภททีมชาย ค่าเฉลี่ยจะกระโดดมากกว่าทีมหญิง
ผู้เล่นตบหัวเสา จะต้องกระโดดเฉลี่ยประมาณ 32 วินาทีต่อครั้ง สูงสุด 15.9 วินาทีต่อครั้ง
ผู้เล่นตบบอลเร็ว กระโดดเฉลี่ยประมาณ  20 วินาทีต่อครั้ง สูงสุด 18 วินาทีต่อครั้ง
ผู้เล่นตบบอลบี Co-setter กระโดดเฉลี่ยประมาณ 31 วินาทีต่อครั้ง สูงสุด 15.9 วินาทีต่อครั้ง
จาก ข้อมูลดังกล่าวข้างต้นทำให้เราทราบว่าผู้เล่นตัวตบที่ต้องมีสมรรถภาพในการ กระโดดสูงก็คือผู้เล่นตบบอลเร็ว ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้ผู้ฝึกสอนสามารถนำไปวิเคราะห์วางแผนการฝึกซ้อม ผู้เล่นตัวรุกในตำแหน่งต่างๆ ได้
ในตอนต่อไปผมจะนำเสนอเทคนิคกลยุทธ์ของผู้เล่นตัวรุกในแบบต่างๆ ซึ่งน่าเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่สนใจในกีฬาวอลเลย์บอลอย่างมาก

กลยุทธ์และเทคนิคของผู้เล่นตัวตบบอลเร็ว (Quick hitter)

ใน ตอนที่ผ่านมาผมได้เกริ่นไปบ้างแล้วเกี่ยวกับเรื่องกลยุทธ์ของผู้เล่นตัวรุก ซึ่งในการแข่งขันวอลเลย์บอลตำแหน่งตัวรุกยังแตกต่างกันไปอีกทั้งเรื่อง กลยุทธ์ เทคนิค ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่ผู้ฝึกสอน นักกีฬาควรให้ความสนใจศึกษาว่าในแต่ละประเภทของการรุก คุณสมบัติของผู้เล่นควรมีอย่างไร เพื่อจะได้เลือกผู้เล่นหรือฝึกซ้อมได้อย่างถูกต้อง ในตอนนี้ผมจะนำเสนอกลยุทธ์เทคนิคของผู้เล่นตัวตบบอลเร็ว (Quick hitter) เป็นตอนแรก
ผู้เล่นตบบอลเร็ว (Quick hitter)  

ผู้ เล่นตบบอลเร็วกล่าวได้ว่าเป็นผู้เล่นที่มีความสำคัญมากที่สุดในกระบวนการรุก เพราะแผนการรุกต้องประกอบด้วยบอลเร็วอันดับแรก และแผนการรุกแบบผสมผสาน (Combination) จะเกิดขึ้นได้ต้องมีการรุกด้วยบอลเร็วและรอบๆ ตำแหน่งบอลเร็ว เช่นที่ภาษาวอลเลย์บอลบ้านเราเรียกว่า บอลทับ (AB) หรือบอลแทรก (XB)
คุณสมบัติ ด้านจิตใจของผู้เล่นตบบอลเร็วที่สำคัญต้องมีจิตใจความเป็นนักสู้ เป็นผู้เสียสละสูง สาเหตุเพราะในการแข่งขันแผนการเล่นจะประสบความสำเร็จหรือไม่เกิดจากผู้เล่น บอลเร็วต้องกระโดดเพื่อทำการตบทุกครั้ง และหลายครั้งเป็นการกระโดดโดยที่ไม่ได้ตบบอล เป็นเพียงตัวหลอกแนวสกัดกั้นของคู่ต่อสู้เท่านั้น และนอกจากนี้ยังเป็นผู้เล่นที่ทำการสกัดกั้นมากที่สุดในทีมอีกด้วย เราไม่สามารถวัดความสำเร็จของผู้เล่นบอลเร็วจากการตบบอลได้อย่างเดียว แต่ต้องรวมถึงความสำเร็จในแผนการรุกที่ผู้เล่นบอลเร็วสามารถดึงผู้สกัดกั้น ฝ่ายตรงข้ามได้ โดยที่เพื่อนร่วมทีมสามารถตบบอลโดยมีผู้สกัดกั้นเพียงคนเดียว ด้วยเหตุนี้จึงมักเรียกตัวตบบอลเร็วว่าเป็น “ตัวหลอก” ทำหน้าที่ปิดทองหลังพระในทีมโดยแท้จริง
นอก จากนี้ผู้ที่จะเล่นตำแหน่งตบบอลเร็วจะต้องใจกว้าง มีทัศนคติที่ดีต่อตัวเซต ต้องตระหนักถึงบทบาท เชื่อมั่นในตัวเซตว่าเป็นผู้กำหนดแผนการรุก แม้ว่าหลายครั้งจะต้องกระโดดโดยไม่ได้ตบบอลก็ตาม ต้องคิดถึงความสำเร็จของทีมเป็นหลัก หากผู้เล่นตบบอลเร็วสามารถดึงความสนใจของตัวสกัดกั้นให้กระโดดตามโดยทำให้ เพื่อนร่วมทีมได้ตบบอลโดยมีการสกัดกั้นคนเดียวหรือไม่มี ถือว่าเป็นความสำเร็จ เป็นการทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์แล้ว หากตัวเซตเซตบอลมาให้ตบก็ต้องสามารถทำคะแนนได้
คุณสมบัติ ด้านกายภาพที่จำเป็นของผู้เล่นตบบอลเร็ว ต้องมีความสูงและคล่องแคล่วเพราะในสถานการณ์การแข่งขันผู้เล่นบอลเร็วจะเป็น ตัวสกัดกั้นตัวกลาง (Middle blocker) ซึ่งต้องเคลื่อนที่สกัดกั้นตลอด ในทีมชั้นนำระดับนานาชาติประเภททีมชาย ผู้เล่นตำแหน่งนี้จะมีความสูงประมาณ 2 เมตร กระโดดสูงประมาณ 3.60 เมตร ส่วนทีมหญิงส่วนสูงประมาณ 1.85 เมตร กระโดดสูงประมาณ 3.30 เมตร สำหรับทีมในประเทศไทย หากผู้ฝึกสอนมีผู้เล่นบอลเร็วที่มีคุณภาพก็จะทำให้ประสิทธิภาพในเกมรุก การป้องกันมีประสิทธิภาพมากส่งผลต้อความสำเร็จของทีม
คุณลักษณะของผู้เล่นตบบอลเร็ว ผู้เล่นตำแหน่งนี้ต้องเคลื่อนที่ได้รวดเร็วในระยะ 2-3 เมตร มีปฏิกิริยาและทักษะในการกระโดดดีมาก และต้องมีสมรรถภาพร่างกายที่ดีพอที่จะยืนระยะการเล่นจนจบการแข่งขัน ด้านเทคนิคพื้นฐานควรมีคุณลักษณะดังนี้

  • ตบบอลเร็วได้ทั้งด้านหน้าและหลังตัวเซต การเคลื่อนที่กระโดดได้จังหวะที่เหมาะสม ง่ายต่อการเซตของตัวเซต
  • รุกได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อมีการสกัดกั้นเพียงคนเดียว และต้องไม่สร้างความผิดพลาดเอง
  • มีปฏิกิริยาตอบสนองและใช้ข้อมือในการตบได้อย่างรวดเร็ว
ใน ตอนต่อไปผมจะมาพูดคุยกันในเรื่องเทคนิคขั้นสูงของการตบบอลเร็ว ซึ่งปัจจุบันผมมองว่าเป็นปัญหาของทีมวอลเลย์บอลในเมืองไทยที่ไม่ค่อยมีผู้ เล่นบอลเร็วเก่งๆ โดยเฉพาะทีมชาย ในอดีตเรามี จรัญ พระคุ้มครอง ขจรศักดิ์ มานะพรชัย มนูญ ยืนยง สุนทร โพธิสีตา เล่นบอลเร็วได้เก่งมาก มีเทคนิคการเล่นแพรวพราว แต่ปัจจุบันผู้เล่นบอลเร็วของไทยเราเทคนิคไม่ดีเท่าผู้เล่นสมัยก่อน หากเราฝึกฝนกันจริงจัง ให้ความสำคัญกับบอลเร็วให้มากกว่านี้น่าจะเป็นประโยชน์มากขึ้น

เทคนิคการตบบอลเร็วขั้นสูง (วอลเลย์บอล)

การ เล่นวอลเลย์บอลในตำแหน่งตัวตบบอลเร็วหากจะให้มีประสิทธิภาพสูง นักกีฬาจะต้องพยายามพัฒนาเทคนิคการเล่นให้ได้หลากหลายนอกเหนือจากการเล่นแค่ บอลเร็ว A หน้า/หลังตัวเซต บอลเร็วห่าง X หน้า/หลัง ตัวเซต หรือกระเติงไหลหลัง ทั้งนี้เพื่อให้คู่ต่อสู้ไม่สามารถจับทางได้ง่าย การเล่นบอลเร็วนั้นหากนักกีฬามีความคิดสร้างสรรค์จะสามารถสร้างรูปแบบการรุก บอลเร็วได้มากมายหลายแบบ เทคนิคที่ผมจะนำเสนอเป็นเทคนิคขั้นสูงในการเล่นบอลเร็วซึ่งมีหลายแบบโดยช่วง แรกจะเป็นเทคนิคที่เหมาะสมสำหรับนักวอลเลย์บอลชายมีดังนี้

1. “บอลพม่า” (เป็นชื่อเรียกเทคนิคการเล่นบอลเร็วขั้นสูงชนิดหนึ่งที่รู้จักกันดีในประเทศไทย) (Faking A-quick and hitting B)
เทคนิคนี้เป็นการเล่นในลักษณะที่ผู้เล่นบอลเร็วเข้าทำการรุกในลักษณะบอล A แต่ในจังหวะกระโดดจะไม่กระโดดทันที ดึงจังหวะให้ตัวเซตเซตบอล B (บอลที่สูงเหนือตาข่าย 1-2 เมตร) จึงกระโดดตบ การเล่นลักษณะนี้เมื่อเราเข้าทำการรุกในลักษณะบอลเร็วจะหลอกให้ตัวสกัดกั้น กระโดดสกัดกั้นบอลเร็วแต่เราดึงจังหวะเพื่อตบบอล B เมื่อตัวสกัดกั้นตกสู่พื้นพอดีทำให้ไม่มีการสกัดกั้น
ข้อแนะนำเพิ่มเติม
สามารถใช้เทคนิคนี้เล่นกับการรุกในลักษณะบอลเร็วห่างตัวเซต X ได้ด้วยอาจเรียกบอลลักษณะนี้ว่า X พม่า และบอลพม่านี้สามารถเล่นได้ทั้งด้านหน้าตัวเซตและด้านหลังตัวเซต
2. “บอล XB” (Faking A-quick and hitting B) 
เทคนิคนี้ลักษณะการเล่นคือผู้เล่นเข้าทำการรุกในลักษณะบอลเร็วห่างตัวเซต X แต่เปลี่ยนทิศทางมาตบบอล B ใกล้ตัวเซต
3. “เข้าทำการรุกลักษณะบอล A แต่ทำการรุกไหลหลัง”
เทคนิค การเล่นนี้เป็นการเล่นคล้ายบอลพม่า โดยเข้าทำการรุกในลักษณะบอลเร็วหน้าแต่เปลี่ยนทิศทางการรุกโดยเคลื่อนที่ไป ตบบอลไหลหลัง สำหรับผู้เล่นที่ถนัดมือซ้ายสามารถเล่นเทคนิคนี้ได้เช่นกันโดยเปลี่ยนจากการ เข้าหลอก A หน้ารุกไหลหลังเป็นการเข้าหลอก A หน้ารุกไหลหน้าแทน
เทคนิค การเล่นนี้เป็นการเล่นที่ผู้เล่นเข้าตบลักษณะบอลเร็วหน้า ซึ่งจะทำให้ตัวสกัดกั้นกระโดด เปลี่ยนทิศทางการรุกจะทำให้ไม่มีการสกัดกั้นหากผู้เล่นตัวสกัดกั้นหน้าซ้าย กระโดดสกัดกั้นบอล A ที่ผู้เล่นเข้าหลอก หรือหากผู้เล่นสกัดกั้นตัวกลางกระโดด ก็อาจจะทำให้ผู้เล่นหน้าซ้ายต้องเคลื่อนที่สกัดกั้นเพียงคนเดียว
4. “เทคนิคการลอยตัวตบ (Flyer)”
เทคนิค การลอยตัวตบเป็นเทคนิคการเล่นที่กระโดดจากจุดหนึ่งแต่ลอยตัวไปตบบอลที่จุด หนึ่ง ซึ่งเทคนิคนี้จะเป็นต้องมีศักยภาพในการกระโดดได้อย่างยอดเยี่ยม ผู้เล่นสามารถประยุกต์ใช้เทคนิคการลอยตัวสร้างสรรค์การรุกได้หลากหลาย
4.1 การกระโดดลอยตัวจากด้านหน้าตัวเซต (ดูภาพประกอบ)
                                                                    
เป็นเทคนิคที่ผู้เล่นกระโดดจากบริเวณหน้าตัวเซต แต่ลอยตัวไปตบบอลในตำแหน่งต่างๆ เช่น บอลเร็วห่าง X บอลเร็วหน้าไหล บอลเร็วหลัง A (ตัวเซต) บอลเร็วห่าง X หลัง(ตัวเซต) ดังภาพ
4.2 การกระโดดลอยตัวจากด้านหลังตัวเซต
การเล่นจะคล้ายคลึงกับการกระโดดลอยตัวหน้าตัวเซต
4.3 การกระโดดจากตำแหน่งรุกบอลเร็วห่าง X ลอยตัวมาตบบอลเร็ว A ใกล้ตัวเซต
4.4 การกระโดดจากตำแหน่งรุกบอลเร็วห่าง X หลังตัวเซตลอยตัวมาตบบอลเร็ว A หลังใกล้ตัวเซต

เทคนิค การลอยตัวตบนี้เป็นการหลอกให้ตัวสกัดกั้นกระโดดผิดตำแหน่ง โดยปกติในการสกัดกั้นการรุกบอลเร็ว ตัวสกัดกั้นจะต้องกระโดดพร้อมตัวรุกและตรงแนวการรุกของตัวตบ (face-to-face) หาก ผู้เล่นกระโดดจากจุดหนึ่งลอยไปตบบอลอีกจุดหนึ่งจะทำให้ตัวสกัดกั้นกระโดดผิด ตำแหน่ง เทคนิคการลอยตัวตบ ต้องใช้ศักยภาพในการกระโดดสูง เทคนิคนี้อาจจะไม่ค่อยเหมาะกับนักวอลเลย์บอลหญิงเท่าใดนัก สำหรับนักวอลเลย์บอลหญิงเหมาะสมกับเทคนิคประเภทการเข้ารุกแล้วเปลี่ยนทิศทาง มากกว่า
“เทคนิคการเล่นบอลเร็วขั้นสูงสำหรับนักกีฬาหญิง”
เทคนิค การเล่นบอลเร็วของนักกีฬาวอลเลย์บอลหญิงที่เรามักเห็นกันบ่อยในปัจจุบันคือ เทคนิคการก้าวเขย่งตบ หรือที่เรารู้จักกันว่า ไหลหลัง หรือกระเติงหลังนั่นเอง แต่ลักษณะการเล่นของนักกีฬาไทยโดยส่วนใหญ่การเคลื่อนที่เพื่อไปทำการรุกยัง ไม่มีการพลิกแพลงทำให้การดักทางของแนวสกัดกั้นทำได้ง่าย ในระดับทีมชั้นนำการเล่นลูกไหลหลังหรือกระเติงหลัง จะมีการพลิกแพลงมากขึ้นทำให้จับทางยาก ลักษณะการเล่นจะเป็นดังนี้
1. เข้าทำการรุกลักษณะบอลเร็วแต่เปลี่ยนทิศทางก้าวเขย่งตบด้านหลังใกล้ตัวเซต (ไหลสั้น)
2. เข้าทำการรุกลักษณะบอลเร็วแต่เปลี่ยนทิศทางก้าวเขย่งตบด้านหลังห่างตัวเซต (ไหลยาว)
เทคนิค การเล่นบอลเร็วขั้นสูงที่ได้นำเสนอมานี้ เป็นตัวอย่างที่สามารถใช้ได้จริงในการแข่งขัน การเลือกฝึกในแต่ละเทคนิคจำเป็นต้องดูศักยภาพของนักกีฬาแต่ละคนประกอบด้วย