Showing posts with label พื้นฐานวอลเลย์บอล. Show all posts
Showing posts with label พื้นฐานวอลเลย์บอล. Show all posts

Tuesday, November 6, 2012

ความสำคัญของบอลเร็วแต่ละระดับ


เดิมทีผมจะเริ่มเขียนเรื่องตำแหน่งผู้เล่นตบหัวเสาแต่ยังมีบางอย่างเล็ก น้อยในส่วนของผู้เล่นตบบอลเร็วที่อยากจะเพิ่มเติมจึงได้ยืดเรื่องบอลเร็วออก มาอีกหนึ่งตอน
ในการแข่งขันวอลเลย์บอลระดับสูง ตำแหน่งผู้เล่นบอลเร็วมีส่วนสำคัญอย่างมากที่จะทำให้ทีมประสบความสำเร็จใจ กลยุทธ์การรุก ในระดับนี้หากไม่มีบอลเร็ว โอกาสที่จะประสบความสำเร็จเป็นไปได้ยาก หากเราดูการแข่งขันในระดับนานาชาติทีมชั้นนำของเอเซียหรือระดับโลกในประเภท ทีมชาย แม้ว่ามักจะไม่ค่อยใช้ผู้เร็วทำการรุกมากนักแต่ก็เป็นตัวที่สร้างความกังวล ให้ ตัวสกัดกั้น (Middle blocker) เพราะหากละความสนใจจากบอลเร็วอาจจะถูกโจมตีด้วยบอลเร็วและการแข่งขันในระดับ นี้ตัวเซตมีความสามารถสูง สามารถสร้างยุทธวิธีการรุกจากจุดอ่อนในแนวสกัดกั้นของคู่ต่อสู้ได้
ส่วน ในระดับกลางผู้เล่นบอลเร็วก็ยังสำคัญ แต่เรายังมักเห็นข้อผิดพลาดจากการเล่นบอลเร็วในระดับนี้อยู่มาก เนื่องจากการเล่นบอลเร็วเป็นส่วนผสมของความสัมพันธ์ระหว่าง การรับบอลเสริฟ การเซต และการตบ ผู้ฝึกสอนหากต้องการพัฒนาการรุกโจมตีด้วยบอลเร็ว จะต้องฝึกซ้อมพัฒนาความสัมพันธ์ทั้ง 3 ส่วนนี้ การรับลูกเสริฟต้องดี ตัวเซตเซตบอลได้ดี และผู้เล่นบอลเร็วตบบอลได้เด็ดขาด
และสุดท้ายในการ แข่งขันวอลเลย์บอลระดับพื้นฐาน/เริ่มต้น การโจมตีด้วยบอลเร็วไม่ใช่สิ่งสำคัญเพราะทักษะและเทคนิคของผู้เล่นยังไม่มาก พอ โดยส่วนใหญ่ในระดับนี้ผู้เล่นตัวกลางหน้ามักจะทำการรุกด้วยบอล B (สูงเหนือตาข่าย 1-2 เมตร)
สิ่งที่พึงระวังสำหรับผู้ฝึกสอนในแต่ละระดับคือ โดยส่วนใหญ่ผู้ฝึกสอนมักจะเลียนแบบการเล่น เทคนิคต่างๆจากทีมในระดับที่สูงกว่า โดยไม่ได้ทำการวิเคราะห์ทักษะความสามารถ ความเป็นไปได้ในการปฏิบัติของนักกีฬา ซึ่ง อาจทำให้เกิดผลเสียแก่ทีมมากกว่า ผู้ฝึสอนจำเป็นต้องประเมินว่าในการแข่งขันแต่ละเกมส์ ระดับการเล่นของคู่แข่ง และของทีมมีเพียงใด จะใช้ผู้เล่นบอลเร็วเป็นตัวหลักในการรุกหรือเป็นเพียงตัวหลอก ขึ้นอยู่กับการวิเคราะห์ข้อมูลคู่แข่งขัน อย่าลืมว่า " ความสำเร็จในการเล่นของผู้เล่นตำแหน่งตบบอลเร็ว ไม่ได้เกิดจากการตบบอลอย่างเดียว แต่ยังเกิดจากการที่สามารถดึงความสนใจของตัวสกัดกั้นตัวกลางโดยทำให้ไม่ สามารถไปสกัดกั้นการรุกจากตำแหน่งอื่นได้"

แนวคิดของผู้เล่นบอลเร็ว (วอลเลย์บอล)

การเล่นวอลเลย์บอลในตำแหน่งตบบอลเร็วนั้นเคยได้กล่าวไว้บ้างแล้วในเรื่อง ของแนวความคิด นอกจากการมีจิตใตเป็นนักสู้ มีทัศนคติที่ดีต่อทีม มุ่งประโยชน์ที่เกิดแก่ทีมมากกว่าตนเอง นอกจากนี้ยังต้องมีแนวคิดด้านอื่นอีกดังนี้
- ต้องสามารถปรับเปลี่ยนลักษณะการรุกให้ได้ตามคุณภาพของการรับบอลแรก สามารถปรับกลยุทธ์การตบได้ แม้ว่าบอลลูกแรกจะไปยังตัวเซตด้วยลักษณะใดก็ตาม และสามารถปรับจังหวะการเล่นให้เข้ากับตัวเซตได้ดี
- ต้องทำการรุกได้อย่างเด็ดขาดสำเร็จผลเมื่อมีตัวสกัดกั้นเพียงคนเดียว โดยอย่างน้อยต้องมากกว่า 50% ของการรุกที่มีการสกัดกั้นเพียงคนเดียว
- สามารถทำให้ตัวสกัดกั้นกระโดดเพื่อสกัดกั้นได้ แม้ว่าจะเป็นการกระโดดโดยไม่ได้ทำการรุก
- ควรวิเคราะห์ สังเกตุตัวสกัดกั้นฝ่ายตรงข้ามว่ากลยุทธการสกัดกั้นเป็นอย่างไร การกระโดดของตัวสกัดกั้นนั้นจริงหรือหลอก และบอกกับตัวเซตเพื่อให้ตัวเซตปรับเปลี่ยนกลยุทธ์
- ควรมีความหลากหลายในการรุก เพื่อไม่ให้คู่ต่อสู้จับทางการเล่นได้
- จะต้องสังเกตุแนวรับของคู่ต่อสู้ โดยเฉพาะในตำแหน่งที่ 1 และ 5 เพื่อตบหรือหยอดไปยังบริเวณที่แนวรับไม่สามารถรับได้
- ต้องมีความเข้าใจกับตัวเซตในการรุกแม้ว่าจะไม่มีการนัดแนะกันมาก่อน
- ผู้เล่นบอลเร็วต้องมีความรู้สึกว่าความสำเร็จในการรุกของเพื่อนร่วมทีม เมื่อมีคู่ต่อสู้สกัดกั้นเพียงคนเดียวนั้น เป็นความสำเร็จของผู้เล่นบอลเร็วด้วย
- จะต้องมีจิตใจนักสู้ ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ (ลักษณะเช่นนี้ควรจะมีในทุกๆ ตำแหน่ง)
- สามารถรับลูกเสริฟที่มายังบริเวณพื้นที่ที่ผู้เล่นบอลเร็วอยู่บริเวณหน้าตาข่ายและสามารถทำการรุกได้ทันที
การ ฝึกเรื่องความสัมพันธ์ระหว่าง การรับเสริฟ การเซต และผู้เล่นบอลเร็ว ทั้งหมดจะต้องเป็นส่วนหนึ่งในการฝึกซ้อม โดยเฉพาะในช่วงก่อนการแข่งขัน (Pre season) และช่วงการแข่งขัน (Season Phase) เสมอ
หากท่านใดสนใจแลกเปลี่ยนความคิดเห็นขอเชิญได้ครับ

พื้นฐานรูปแบบการเล่นของทีมวอลเลย์บอล (ตอนที่ 3)

การรับตบ
การ ตั้งรับลูกตบเป็นส่วนหนึ่งในระบบการป้องกันการรุกของคู่ต่อสู้ ซึ่งมีความสำคัญในสถานการณ์การแข่งขัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเภททีมหญิง หลายครั้งในการแข่งขันจะพบว่าแต่ละทีมมักจะปล่อยให้ลูกบอลตกพื้นโดยที่ไม่มี ผู้เล่นคนใดรับบอล การฝึกซ้อมระบบการรับจะทำให้นักกีฬารู้ตำแหน่งและหน้าที่ว่าต้องรับผิดชอบ พื้นที่ใดและควรจะเล่นลูกลักษณะไหน ในการเล่นเกมรับผู้เล่นทุกคนควรจะคาดคะเนทิศทาง จังหวะการตบบอลของคู่ต่อสู้และเตรียมตัวให้พร้อม รักษาตำแหน่งให้ถูกต้องก่อนที่คู่ต่อสู้จะตบบอล การคาดคะเนทิศทางและปฏิกิริยาการรับบอลที่รวดเร็วเป็นสิ่งจำเป็นในการเล่น วอลเลย์บอลสมัยใหม่
ระบบการตั้งรับ
ระบบ การตั้งรับมีหลายแบบโดยพิจารณาจากความสามารถของผู้เล่น ระบบการสกัดกั้นของทีมจำนวนผู้สกัดกั้นการรุกของคู่ต่อสู้โดยทั่วไปจะมีดัง นี้
1. การตั้งรับโดยมีผู้สกัดกั้น 1 คน
2. การตั้งรับโดยมีผู้สกัดกั้น 2 คน
3. การตั้งรับโดยมีผู้สกัดกั้น 3 คน
การตั้งรับโดยมีผู้เล่นสกัดกั้น 2 คน             
การ สกัดกั้นโดยใช้ผู้เล่น 2 คน เป็นระบบการสกัดกั้นพื้นฐานที่นิยมใช้กันมากที่สุดในการแข่งขันปัจจุบัน การตั้งรับโดยมีผู้สกัดกั้น 2 คนจากการรุกของคู่ต่อสู้ในลักษณะต่าง ๆ มีรูปแบบดังนี้
การตั้งรับการรุกจากหน้าซ้าย (หัวเสา)
ใน การแข่งขันเรามักจะพบการรุกจากหัวเสามากที่สุดด้วยปัจจัยหลายอย่าง จากภาพประกอบรูปแบบการตั้งรับการรุกจากหัวเสาผู้เล่นตำแหน่ง 1 (หลังขวา) จะยืนห่างจากเส้นรุกประมาณ 2-3 เมตร ผู้เล่นตำแหน่ง 4 (หน้าซ้าย) จะต้องถอยมาตั้งรับบริเวณเส้นรุก
การ ตั้งรับการรุกจากหัวเสามีสิ่งที่ต้องระวังคือการรับลูกหยอดของคู่แข่ง การระวังรับลูกหยอดในระบบนี้อาจใช้ผู้เล่นตำแหน่ง 1 หรือตำแหน่ง 4 เป็นคนคอยระวังรับลูกหยอด (ดูภาพประกอบ)
ภาพ A-B
ผู้เล่นตำแหน่ง 2 ระวังรับลูกหยอด
ภาพ C
ผู้เล่นตำแหน่ง 4 ระวังรับลูกหยอด
การตั้งรับการรุกจากหน้าขวา (หัวเสาหลังตัวเซต)
การตั้งรับจะคล้ายคลึงกับการรุกจากหน้าซ้าย แตกต่างกันที่ผู้เล่นตำแหน่ง 2 ไม่ได้สกัดกั้น จะต้องถอยมาตั้งรับเช่นเดียวกัน
การตั้งรับการรุกจากตรงกลาง
                                  
ผู้เล่นหน้าซ้ายหรือขวาที่ไม่ได้สกัดกั้นจะต้องถอยตั้งรับเช่นเดียวกัน
การตั้งรับโดยมีผู้เล่นสกัดกั้น 1 คน             
การ ตั้งรับโดยมีผู้เล่นสกัดกั้นเพียงคนเดียว ไม่ว่าผู้เล่นแดนหน้าคนใดสกัดกั้น ผู้เล่นแดนหน้าที่ไม่ได้สกัดกั้นจะต้องถอยลงมาตั้งรับ (ดูภาพประกอบ)
การตั้งรับการรุกจากหน้าซ้าย (หัวเสา)
ผู้เล่นตำแหน่ง 3 (กลางหน้า) ถอยลงมารอรับลูกหยอด
การตั้งรับการรุกจากหน้าขวา (หัวเสาหลังตัวเซต) และตรงกลาง
                                 
การตั้งรับโดยมีผู้เล่นสกัดกั้น 3 คน             
การ สกัดกั้นโดยใช้ผู้เล่น 3 คน มักใช้ในกรณีที่ผู้เล่นตัวตบของคู่ต่อสู้ตบบอลได้รุนแรงรับยาก ระบบนี้จะทำให้เหลือผู้เล่นตั้งรับเพียง 3 คน (ดูภาพประกอบ)
การตั้งรับการรุกจากหน้าซ้าย (หัวเสา)
การตั้งรับการรุกจากตรงกลางและการตั้งรับการรุกจากหน้าขวา (หัวเสาหลังตัวเซต)
อย่างไรก็ดีการตั้งรับโดยมีผู้สกัดกั้น 3 คนยังสามารถปรับระบบการตั้งรับโดยให้มีผู้เล่นทำหน้าที่รับบอลหยอด 1 คน (ดูภาพประกอบ)
การตั้งรับรูปแบบพิเศษ
กรณีที่ทีมมีผู้เล่นตัวเล็กไม่สามารถสกัดกั้นได้เมื่ออยู่หน้าตาข่าย อาจจะใช้ระบบการตั้งรับแบบพิเศษ (ดูภาพประกอบ)
ภาพ A ตำแหน่งเริ่มต้น
ภาพ
B ตำแหน่งพื้นฐานเตรียมสกัดกั้น
ภาพ
C ตำแหน่งสกัดกั้น
ผู้เล่นตัวเล็ก (S) อยู่ ตำแหน่งกลางหน้าไม่ต้องสกัดกั้น โดยถอยมารับบอลที่ตำแหน่ง 1 หรือ 5 (กรณีผู้เล่นตัวเซตอยู่แดนหลัง) การตั้งรับลักษณะนี้จะมีผู้เล่นอยู่บริเวณท้ายสนาม 2 คน
สำหรับ เรื่องเกี่ยวกับพื้นฐานรูปแบบการเล่นของทีมวอลเลย์บอลที่นำเสนอต่อเนื่องมา 3 ตอนหวังว่าคงจะมีประโยชน์สำหรับนักกีฬาและผู้ฝึกสอนที่สนใจกีฬาวอลเลย์บอล บ้างไม่มากก็น้อย
อ้างอิงข้อมูลจาก Coach Manual ของ FIVB

พื้นฐานรูปแบบการเล่นของทีมวอลเลย์บอล (ตอนที่ 2)

พื้น ฐานองค์ประกอบในการเล่นวอลเลย์บอลที่ผมจะนำเสนอในตอนนี้เป็นองค์ประกอบหลัก สำคัญที่เราพบในการแข่งขันเสมอ คือการรุก การรองบอลและการรับ โดยในตอนนี้จะเป็นเรื่องของการรุกและการรองบอล
การรุก
การ รุกหรือโจมตีในกีฬาวอลเลย์บอลมี 2 วิธีหลักๆ คือ การตบและการหยอด ซึ่งการตบหรือหยอดก็จะมีหลากหลายรูปแบบ การใช้วิธีการตบลักษณะใดขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้เล่น ประสบการณ์และคู่ต่อสู้
การตบบอลลักษณะต่าง ๆ
1. การตบบอลที่เซตสูง
การ ตบบอลที่เซตมาสูงหรือที่เรามักเรียกกันว่า บอลโค้ง หรือบอลหัวเสา เป็นวิธีการรุกพื้นฐานที่ควรแนะนำสำหรับทีมในระดับเริ่มต้น แต่อย่างไรก็ตามการตบบอลลักษณะนี้ยังใช้ได้ในทีมทุกระดับ
2. การตบบอลเร็วหัวเสา
บอลลักษณะนี้เรามักเรียกกันว่าบอล Y เป็นบอลที่คล้ายกับบอลโค้งหัวเสาแต่มีความเร็วมากกว่าและเตี้ยกว่าบอลโค้งหัวเสา
3. การตบบอลเร็วแบบต่างๆ
บอลเร็วหน้า (A หน้า) – กระโดดตบหน้าตัวเซตประมาณ 1 เมตร และกระโดดก่อนตัวเซตจะเซตบอล
บอลเร็วหลัง (
A หลัง) - กระโดดตบหลังตัวเซตประมาณ 1 เมตร และกระโดดก่อนตัวเซตจะเซตบอล
บอลเร็วหน้าห่างตัวเซต (
X หน้า) – กระโดดตบหน้าตัวเซตประมาณ 2-3 เมตร กระโดดพร้อมตัวเซตเซตบอล
บอลเร็วหน้าห่างตัวเซต (
X หลัง) – กระโดดตบหลังตัวเซตประมาณ 2-3 เมตร กระโดดพร้อมตัวเซตเซตบอล
(อ่านเพิ่มเติม)
1. กลยุทธ์และเทคนิคของผู้เล่นบอลเร็ว http://www.oknation.net/blog/volleyball/2010/03/26/entry-1
3. เทคนิคการตบบอลเร็วขั้นสูง
http://www.oknation.net/blog/volleyball/2010/03/31/entry-1
4. ความสำคัญของบอลเร็ว
http://www.oknation.net/blog/volleyball/2010/04/02/entry-1
5. แนวคิดของผู้เล่นบอลเร็ว
http://www.oknation.net/blog/volleyball/2010/04/03/entry-1
เทคนิคการรุก
การ โจมตีหรือการรุกด้วยสามารถทำได้ด้วยการตบหรือการหยอด ซึ่งมีเทคนิคหลากหลายเพื่อให้คู่ต่อสู้สกัดกั้นได้ยาก โดยนักกีฬาสามารถฝึกฝนหรือคิดค้นเทคนิคต่าง ๆ ได้ด้วยตนเองและฝึกซ้อมให้เกิดความชำนาญ จะช่วยให้ทีมประสบความสำเร็จในการแข่งขัน
การรุกแบบสลับตำแหน่ง
เป็นเทคนิคการรุกที่เส้นทางการรุกของผู้เล่น 2 คนไขว้กัน โดยผู้เล่นคนหนึ่งจะตบบอลเร็ว หรือที่เรียกว่าการรุกแบบผสม Combination attack หรือภาษาวอลเลย์บอลเรียกบอลทับหรือบอลแทรก ลักษณะเส้นทางการรุกของผู้เล่นทั้งสองจะเป็นรูปตัว X
การเปลี่ยนทิศทางการเข้าตบบอล
เป็น เทคนิคการรุกส่วนบุคคลของนักกีฬา โดยใช้การเคลื่อนที่เข้าตบบอลลักษณะหนึ่งแล้วเปลี่ยนทิศทางไปตบบอลอีกลักษณะ หนึ่ง (เรียกง่าย ๆ ว่าการวิ่งหลอก) ตัวอย่างเช่น
เคลื่อนที่เข้าตบบอลเร็วหน้า แต่ไปตบบอล B หลัง (บอลที่สูงเหนือตาข่ายประมาณ 1-2 เมตร)
หรือกระโดดลักษณะตบบริเวณหน้าตัวเซตแต่ลอยตัวไปตบบอลเร็วหลังตัวเซต
เคลื่อนที่เข้าตบบอลเร็วห่างหน้าตัวเซต (บอล X) แต่เปลี่ยนทิศทางมาตบบอล B หน้า (เรียกว่าบอล XB)
เคลื่อนที่เข้าตบบอลเร็วหน้าตัวเซต (บอล A) แต่เปลี่ยนทิศทางมาตบบอล B โค้ง
อ่านเพิ่มเติม
1. รูปแบบแผนการรุก http://www.oknation.net/blog/volleyball/2009/10/24/entry-1
2. เทคนิคการตบบอลเร็วขั้นสูง http://www.oknation.net/blog/volleyball/2010/03/31/entry-1
การหยอด
การ หยอดจะเกิดประสิทธิภาพสูงสุดจะต้องหยอดไปยังตำแหน่งที่เป็นจุดอ่อนในเกมรับ ของคู่ต่อสู้ เพื่อให้คู่ต่อสู้รับยากหรือหากรับได้แต่นำบอลนั้นกลับมารุกโต้กลับได้ยาก ซึ่งแต่ละจุดที่หยอดก็ขึ้นอยู่กับรูปแบบการตั้งรับของคู่ต่อสู้
พื้นที่หยอดเมื่อตั้งรับห่างจากเส้นรุก
เมื่อผู้เล่นตำแหน่ง 2 เข้ารองบอลด้านใน
เมื่อผู้เล่นตำแหน่ง 4 เข้ารองบอลด้านใน
การรองบอล
การ รองบอลในขณะที่ทีมเป็นฝ่ายรุกเป็นสิ่งสำคัญ ช่วยทำให้ทีมสามารถนำบอลที่ตัวรุกตบไม่ผ่านการสกัดกั้นกลับมาเล่นต่อได้ ตำแหน่งของการรองบอลจะขึ้นอยู่กับการประเมินปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้
1. ทิศทางของแนวสกัดกั้น
2. มุมของการสกัดกั้น
3. เส้นทางการตบบอล
4. ความเร็วของลูกบอล
สังเกตทิศทางการตบบอลกับแนวสกัดกั้น
การสะท้อนกลับของลูกบอลสังเกตจากมุมของการสกัดกั้น
รูปแบบการรองบอล
รูปแบบการรองบอลมี 2 รูปแบบดังนี้
1. การรองบอลแบบ 3:2
2. การรองบอลแบบ 2:3
การรองบอลแบบ 3:2  
การรองบอลลักษณะนี้จะใช้ผู้เล่น 3 คน รองบอลใกล้ตัวตบ และผู้เล่นอื่นอีก 2 คน รองบอลในแนวหลัง
รองบอลจากการรุกหัวเสาหลัง
รองบอลจากการรุกบอลเร็วหน้า
จาก ภาพ ผู้เล่นหมายเลข 1 2 3 รองบอลใกล้ตัวตบ และผู้เล่นหมายเลข 4 5 รองบอลในแนวหลัง หลังจากที่ตัวรุกตบบอลไปยังแดนคู่ต่อสู้ ผู้เล่นทั้งหมดต้องเคลื่อนที่กลับสู่ตำแหน่งเริ่มต้น
การรองบอลแบบ 2:3 
การรองบอลลักษณะนี้จะใช้ผู้เล่น 2 คน รองบอลใกล้ตัวตบ และผู้เล่นอื่นอีก 3 คน รองบอลในแนวหลัง
รองบอลจากการรุกบอลเร็วหน้า
รองบอลจากการรุกบอลเร็วหลัง
ในการรองบอล ผู้เล่นทุกคนควรจะคาดคะเนทิศทางและจังหวะของการสะท้อนกลับของลูกบอล ระวังรักษาตำแหน่งให้พร้อมรองบอลเสมอ

พื้นฐานรูปแบบการเล่นของทีมวอลเลย์บอล (ตอนที่ 1)

วอลเลย์บอล เป็นกีฬาที่ต้องเล่นเป็นทีมที่ประกอบด้วยผู้เล่นหลายคน ในการสร้างทีมวอลเลย์บอลจึงต้องพิจารณาองค์ประกอบต่าง ๆ ของการเล่นวอลเลย์บอลเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับทีม โดยองค์ประกอบในการเล่นที่ควรพิจารณาคือ
1. ตำแหน่งการเล่นของผู้เล่นในทีม
2. ตำแหน่งของผู้เล่นที่ลงสนาม 6 คน
3. รูปแบบการรับลูกเสริฟ
4. รูปแบบการรุก
5. รูปแบบการรองบอล
6. รูปแบบการรับ  
ตำแหน่งของผู้เล่นในทีม
กระบวน การเริ่มแรกของการสร้างทีมวอลเลย์บอลก็คือ การพิจารณาคัดเลือกผู้เล่นแต่ละตำแหน่งเข้าร่วมทีม เราควรจะต้องรู้ความสามารถของนักกีฬา ลักษณะทางกายภาพ ความสามารถพิเศษของนักกีฬาแต่ละคนเป็นอย่างไร และแต่ละทีมควรจะมีผู้เล่นลักษณะใดบ้างเพื่อให้ทีมประสบความสำเร็จตามแนวทาง ที่เราต้องการ
คุณสมบัติของผู้เล่นลักษณะต่าง ๆ
ผู้เล่นตบบอลหลัก – จะเป็นผู้เล่นที่มีความสามารถในการตบบอลได้ดี มีสมรรถภาพร่างกายแข็งแรง ความสามารถในการตบบอลของตัวตบบอลหลักสำหรับนักกีฬาชายควรประสบความสำเร็จใน การตบบอลไม่น้อยกว่า 50 % ส่วนนักกีฬาหญิงควรไม่น้อยกว่า 40 %
ผู้เล่นตบบอลเร็ว – จะเป็นผู้เล่นที่มีความสามารถในการตบบอลเร็วได้หลากหลาย เช่น บอลเร็วหน้า/หลัง ห่างตัวเซต หรือการเขย่งตบ และต้องมีการประสานงานกับผู้เล่นตัวเซตได้ดี
ผู้เล่นตัวเซต – ทำหน้าที่เซตบอลให้ตัวตบในลักษณะต่างๆ มีความสามารถในการเซต ควบคุมจังหวะ ทิศทางลูกบอลได้ดี โดยเฉพาะการเซตให้ผู้เล่นตัวตบบอลเร็ว ผู้เล่นตัวเซตถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของทีม
ผู้เล่นอเนกประสงค์ – เป็นผู้เล่นที่มีความสามารถทุกทักษะเช่น การเซต การสกัดกั้น การตบ การเสริฟ และการรับลูกเสริฟ
Combined Attacker (ผู้เล่นตบบอล B หรือผู้เล่นที่ตำแหน่งตรงข้ามตัวเซต) – ผู้เล่นตำแหน่งนี้ที่มักเรียกกันว่าตัวตบบอล B จะ มีความสามารถในการรุกแบบผสม รุกจากหัวเสาด้านหลัง และรุกจากแดนหลัง ถ้าเป็นผู้เล่นที่ถนัดมือซ้ายจะได้เปรียบ เป็นผู้เล่นที่ค่อนข้างมีความสำคัญต่อทีม
ผู้เล่นตัวรับ – แต่ละทีมนอกจากมีผู้เล่นตัวรับอิสระแล้ว อาจจะต้องมีผู้เล่นที่มีทักษะการรับที่ดีไว้ช่วยการรับของทีม
ตำแหน่งของผู้เล่นในสนาม
การ วางตำแหน่งผู้เล่นในสนาม 6 คนแรกขึ้นอยู่กับระบบการเล่นที่เราจะเลือกใช้สำหรับทีม ซึ่งเราต้องพิจารณาว่าจะใช้ระบบการเล่นใดที่จะเหมาะสมกับทีมเราที่สุด
(อ่านเพิ่มเติม)                           
1. ทำความรู้จักระบบการเล่น 1 http://www.oknation.net/blog/volleyball/2009/03/03/entry-1
2. ทำความรู้จักระบบการเล่น 2
http://www.oknation.net/blog/volleyball/2009/03/04entry-1     
การยืนตำแหน่งหลังจากการเสริฟ                                         
เมื่อ ทีมเป็นฝ่ายได้สิทธิ์ในการเสริฟ หลังจากที่ผู้เล่นเสริฟบอลไปแล้วผู้เล่นทุกคนจะต้องยืนประจำตำแหน่งของตนเอง เพื่อเตรียมทำการป้องกันการรุกของคู่ต่อสู้ โดยทั่วไปรูปแบบของตำแหน่งหลังจากการเสริฟมีดังนี้
รูปแบบที่ 1
ผู้เล่นแดนหน้า – ผู้ เล่นตัวกลางหน้ายืนชิดตาข่ายเพื่อเตรียมสกัดกั้นบอลเร็ว ผู้เล่นตัวริมซ้ายและขวายืนห่างตาข่ายเล็กน้อยเพื่อเตรียมสกัดกั้นหรือถอย ออกมารับลูกตบ

ผู้เล่นแดนหลัง – ผู้เล่นตำแหน่ง 2 และ 5 ยืนใกล้เส้นรุกเพื่อรอรับลูกหยอดหรือลูกตบบอลเร็ว ผู้เล่นตำแหน่ง 6 อยู่ตรงกลางห่างจากท้ายสนามประมาณ 1-2 เมตร
รูปแบบที่ 2

ผู้เล่นแดนหน้า – ตำแหน่งการยืนเช่นเดียวกับรูปแบบที่ 1
ผู้เล่นแดนหลัง – ผู้เล่นตำแหน่ง 2 และ 5 ยืนห่างจากเส้นรุกประมาณ 2-3 เมตร ผู้เล่นตำแหน่ง 6 อยู่ใกล้เส้นรุกเพื่อรอรับบอลหยอดหรือบอลเร็ว
การรับลูกเสริฟ
การ รับลูกเสริฟเป็นองค์ประกอบสำคัญในการเล่นเป็นทักษะที่มีผลต่อการรุกของทีม หากการรับลูกเสริฟของทีมไม่มีประสิทธิภาพ โอกาสในการรุกทำคะแนนของทีมจะลดน้อยลงทันที
หลักการของการรับลูกเสริฟ – เป้าหมายของการรับลูกเสริฟคือการบังคับลูกบอลให้ลอยไปยังพื้นที่การเซตของ ผู้เล่นตัวเซตบริเวณหน้าตาข่าย ซึ่งในสถานการณ์แข่งขันผู้เล่นตัวเซตจะอยู่บริเวณส่วนใดหน้าตาข่ายอาจขึ้น อยู่กับแผนการรุก ไม่จำเป็นที่ผู้เล่นตัวเซตจะต้องอยู่ระหว่างตำแหน่ง 2 และ 3 เท่านั้น (ดูภาพประกอบ)
ตำแหน่งการยืนรับลูกเสริฟจะขึ้นอยู่กับความสามารถ ลักษณะการเสริฟของผู้เสริฟว่าเป็นอย่างไร หนัก เบา สั้นหรือยาว (ภาพประกอบ)


ทิศทางการเคลื่อนที่ในการรับลูกเสริฟ – การเคลื่อนที่รับลูกเสริฟ ผู้เล่นแต่ละตำแหน่งจะเคลื่อนที่ในแนวทแยงมุม 45 องศา



(อ่านเทคนิคการรับลูกเสริฟเพิ่มเติม) 
1. Clip เทคนิคการรับลูกเสริฟแบบต่าง ๆ(1) http://www.oknation.net/blog/volleyball/2009/03/20/entry-1
2. เทคนิคการรับลูกเสริฟ (2)
http://www.oknation.net/blog/volleyball/2009/03/21/entry-1
3. เทคนิคการรับลูกเสริฟ (ตอนจบ)
http://www.oknation.net/blog/volleyball/2009/03/22/entry-1
รูปแบบการรับลูกเสริฟ
รูป แบบการรับลูกเสริฟมีหลายรูปแบบในการเลือกใช้รูปแบบใดต้องพิจารณาให้เหมาะสม กับความสามารถในการรับของผู้เล่นในทีม ระบบการรุกที่ทีมเลือกใช้
การรับแบบตัวเอ็ม W
การรับแบบตัวเอ็ม M
การรับแบบ Roof

(อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม)
1.การรับลูกเสริฟโดยใช้ผู้เล่น 5 คน http://www.oknation.net/blog/volleyball/2009/03/15/entry-1
2.การรับลูกเสริฟโดยใช้ผู้เล่น 4 คน http://www.oknation.net/blog/volleyball/2009/03/17/entry-1
3.การรับลูกเสริฟโดยใช้ผู้เล่น 3 คน http://www.oknation.net/blog/volleyball/2009/03/19/entry-1
สำหรับในตอนต่อไปจะนำองค์ประกอบพื้นฐานของทีมในเรื่องการรุก และการรองบอลมานำเสนอต่อไป